การกระทำแบบผิดๆ เกี่ยวกับการดื่มน้ำผลไม้

น้ำผัก ผลไม้ รวมถึงสมูทตี้ (น้ำผักและผลไม้ปั่นรวมกับน้ำแข็งด้วยเครื่องปั่นสมูทตี้) เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ ณ ปัจจุบันได้รับความนิยมดื่มกันเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ผู้คนหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เพราะในผักผลไม้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์อย่างมาก อุดมไปด้วยแร่ธาตุ, วิตามิน, ไฟเบอร์, เอนไซม์ เป็นต้น นับว่าเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก สำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพมักจะทานผักผลไม้เพื่อควบคุมน้ำหนักไปพร้อมๆกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยิ่งเห็นผลได้อย่างชัดเจน แต่ทว่า การรับประทานน้ำผักผลไม้ก็สามารถทำให้เราได้รับสารอาหารลดลงได้ หากรับประทานไม่ถูกวิธี จากที่เราต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างเต็มที่กลับต้องมาได้รับสารอาหารลดลงไปอีก ลองมาดูกันว่าการกระทำแบบใดเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณประโยชน์ของน้ำผักผลไม้ลดคุณค่าลงไปบ้าง เริ่มจาก

  1. ผักผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบมีการล้างไม่สะอาด มีสารตกค้าง ผักผลไม้ที่เราได้ซื้อมาเพื่อนำมาทำเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของเรา ผู้บริโภคต้องนำมาทำการล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน เพราะอาจมีสารพิษเจือปนอยู่ หรืออาจมีสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงหลงเหลืออยู่ ก่อนนำมาบริโภคก็อาจจะแช่ไว้ในน้ำยาล้างผักซักพักหนึ่ง แล้วค่อยนำออกมาล้างกับน้ำสะอาดให้เรียบร้อย
  2. มีการเลือกใช้ผัก ผลไม้ที่มีรสชาติออกหวานมากเกินไป เพราะรสหวานของผักผลไม้บางชนิด ก็ทำให้เราอ้วนได้ หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป อย่าลืมว่าน้ำตาลของพืชก็คือ ฟลุกโตส ที่เป็นตัวการร้ายนำพาริ้วรอยก่อนกว่าวัยมาฝากไว้กับเรานั่นเอง
  3. เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของคุณ มีผักสีเขียวเข้มผสมอยู่มากเกินไป การใส่ผักสีเขียวลงไปผสม ควรมีไม่สัดส่วนไม่เกิน 25% ต่อปริมาณของส่วนผสมทั้งหมด เพราะผักที่มีสีเขียวเข้มส่วนใหญ่จะมีรสขม หากบริโภคมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้
  4. ผสมวัตถุดิบปนกันมั่วไปหมด การใส่วัตถุดิบในสัดส่วนที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ผลกระทบที่กลับมาส่งผลเสียมากกว่าผลดี ฉะนั้นผู้บริโภคควรศึกษาวัตถุดิบแต่ละชนิดที่จะนำมารับประทานว่าสามารถรับประทานได้ในปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม
  5. ดื่มน้ำผักผลไม้ผิดเวลา คุณค่าทางสารอาหารก็ลดลง การดื่มน้ำผักผลไม้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ผู้บริโภคควรดื่มเวลาที่ท้องว่างจะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหาร แร่ธาตุ วิตามินต่างๆได้เต็มที่กว่าการดื่มตอนหลังอาหาร เพราะร่างกายอาจดูดซึมสารอาหารจากน้ำผักผลไม้ได้ไม่หมด
  6. ใช้ผักผลไม้ที่ไม่มีความสดใหม่ การเลือกบริโภคผักผลไม้ที่สดใหม่ย่อมมีประโยชน์ครบถ้วนมากกว่าผักผลไม้ที่ถูกเก็บค้างไว้หลายวัน ถึงแม้ว่าจะเก็บรักษาผักผลไม้ไว้ในตู้เย็นก็ตาม คุณค่าสารอาหารก็ได้สูญเสียไปแล้วบางส่วน หรือหากหลายวันเกินไปอาจไม่เหลือคุณค่าอาหารเลยก็ได้
  7. ควรดื่มน้ำผักผลไม้ที่ทำเสร็จใหม่ทันที น้ำผักผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่ครบถ้วนนั้น สามารถคงคุณค่าอยู่ได้เพียง 15 นาทีหลังจากทำเสร็จ เพราะฉะนั้นผู้บริโภคจึงควรดื่มน้ำผักผลไม้ทันทีที่ทำเสร็จ ยิ่งผู้ที่ชอบทำไว้ปริมาณมากแล้วแช่ตู้เย็นเก็บไว้ดื่มภายหลาย บอกเลยว่าน้ำผักผลไม้ของคุณไม่หลงเหลือคุณค่าทางสารอาหารแล้ว ได้สัมผัสแค่รสชาติเท่านั้นเอง
  8. ดื่มน้ำผักผลไม้หมดรวดเดียวภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะการดื่มน้ำผักผลไม้ให้หมดภายในเวลาอันรวดเร็วนั้น ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไม่ทัน ในเครื่องดื่ม 1 แก้ว ผู้บริโภคควรใช้เวลาในการดื่มประมาณ 5-15 นาที หากดื่มหมดช้ากว่านี้ก็จะทำให้สูญเสียสารอาหารไป ไม่ต่างกับการได้ดื่มเพียงแค่น้ำเปล่าเลยทีเดียว